New Normal

ในยุคโรคระบาดที่กินเวลานานแรมปีแบบนี้ทำให้เกิดวิถีชีวิตแบบใหม่ของผู้คน หรือที่เรียกกันว่า New Normal ไม่ว่าจะเป็นการ Work from Home การสวมหน้ากากออกจากบ้าน การงดรวมตัวพบปะสังสรรค์ และการเว้นระยะห่างระหว่างกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อความปลอดภัยและลดการแพร่กระจายของโรคระบาด ซึ่งการใชีวิถีชีวิตแบบใหม่นั้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเราทั้งกายและใจไม่น้อย เนื่องจากพฤติกรรมประจำวันที่เปลี่ยนไป แล้วเราจะทำงานแบบ New Normal อย่างไรให้ยังคงรักษาสุขภาพที่ดีเอาไว้ตามมาดูกันเลย

ยุค New Normal ทำให้คนไทยเครียดมากขึ้น

คนไทยนั้นไม่ค่อยให้ความสำคัญกับโรคทางจิตใจหรือถ้าจะเรียกให้ถูกคือโรคทางจิตเวชมากเท่าใดนัก การใช้ชีวิตแบบ New Normal นั้นมีส่วนที่ส่งผลให้ประชาชนเกิดภาวะเครียดเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากต้องทำงานที่บ้าน ต้องอยู่กับครอบครัวตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ไม่มีเวลาส่วนตัวส่งผลให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวมีปัญหา คนโสดเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เพราะการทำงานจากที่บ้านทำให้ work life balance เสียสมดุล การแบ่งแยกเวลาของการทำงานและเวลาส่วนตัวทำได้ยาก ทำให้เกิดความเครียดและอาจจะนอนหลับได้ยากขึ้น เนื่องจากสมองคิดเรื่องงานตลอดเวลา ส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งกายเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ และลุกลามไปยังสุขภาพจิตเมื่อร่างกายเสียสมดุล

ปัญหาเศรษฐกิจก็ถือเป็นอีกจุดสำคัญที่ทำให้สุขภาพจิตของคนไทยย่ำแย่ เนื่องจากภาวะโรคระบาดนั้นทำให้คาดเดาสถานการณ์ได้ยาก ไม่รู้ว่าจะรับมืออย่างไร บางคนต้องสูญเสียงานสูญเสียรายได้ ยิ่งทำให้เกิดความเครียดหนักขึ้น โดยข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตเผยว่า ในปี 2563 มีผู้ฆ่าตัวตายสูงถึง 7.3 ต่อแสนประชากรเลยทีเดียว เพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนซึ่งมีอัตราอยู่ที่ 6 ต่อแสนประชากร โดยหากคุณรู้สึกว่าเกิดความเครียดหรือมีภาวะซึมเศร้า สามารถโทรไปยังสายด่วนสุขภาพจิตที่หมายเลข 1323 เพื่อรับคำปรึกษาได้เลย

ดูแลจิตใจอย่างไรในยุค New Normal

สำหรับคนที่ต้องทำงานอยู่ที่บ้านโดยมีครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้า การหาเวลาหลบไปอยู่ในมุมส่วนตัวเพื่อผ่อนคลายสมองและความคิด อาจจะช่วยลดความตึงเครียดลงได้ ทำใจให้สบายและพยายามพูดคุยกันให้มากขึ้น แลกเปลี่ยนความทุกข์ความสุขเพื่อระบายสิ่งที่อยู่ในใจออกไปบ้าง อีกทั้งการรับฟังปัญหาของคนในครอบครัวโดยไม่ตัดสินหรือกล่าวโทษก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยรักษาความสัมพันธ์ในครอบครัวได้
สำหรับคนโสด ควรแบ่งเวลาและสภาพแวดล้อมให้ชัดเจนระหว่างการทำงาน และการพักผ่อน เช่น ตั้งกฎเอาไว้ว่าจะไม่ทำงานในพื้นที่พักผ่อนเด็ดขาด และปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการใช้งาน แยกสภาพแวดล้อมให้ชัดเจนว่ามุมนี้คือมุมทำงานมุมนี้คือมุมพักผ่อน เมื่ออยู่ในพื้นที่ทำงานก็ทำงานได้เต็มที่โดยไม่มีสิ่งล่อใจ และเมื่ออยู่ในพื้นที่พักผ่อนสมองก็จะคิดถึงแต่เรื่องผ่อนคลายลดความตึงเครียดได้

New Normal ก่อให้เกิด “พฤติกรรมเนือยและนิ่ง”

เนื่องจากโรคระบาด ทำให้รัฐออกมาตรการจำกัดการออกจากบ้าน คนต้องอยู่บ้านมากขึ้น ซึ่งทำให้คนขยับร่างกายและออกกำลังกายน้อยลง ศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย ได้ทำการสำรวจพฤติกรรมด้านกิจกรรมทางกายและพฤติกรรมสุขภาพในช่วงโควิด-19 พบว่า คนไทยนิ่งและเนือยมากขึ้น โดยมีระยะเวลาของ “พฤติกรรมเนือยนิ่ง” เฉลี่ยสูงถึง 14 ชั่วโมง 32 นาทีต่อวัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบ 9 ปีเลยทีเดียว การเนือยนิ่งนี่เองที่อาจจะทำให้คนน้ำหนักมากขึ้นจนเกิดภาวะโรคอ้วน ร่างกายไม่ฟิตเหมือนเมื่อก่อน

อย่าลืมออกกำลังกาย

จากสถิติพฤติกรรมเนือยและนิ่งดังกล่าว การหากิจกรรมเพื่อให้ร่างกายได้ขยับบ้าง เช่น ปลูกต้นไม้, เล่นเกมที่ต้องใช้ร่างกายในการเล่น, การทำความสะอาดหรือจัดแต่งบ้าน หรือออกกำลังกายอยู่ที่บ้าน เช่น การเล่นโยคะ, เวทเทรนนิ่ง หรือวิ่งจ็อกกิ้ง จึงเป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างในยุค New Normal เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย ลดความเนือยนิ่งที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ

อาหารการกินต้องใส่ใจ

เมื่อคนอยู่บ้านมากขึ้นการสั่งอาหารจากบริการเดลิเวอรี่นั้นจึงเป็นที่นิยมมาก แต่อาหารที่สั่งมานั้นคุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่ามันดีต่อสุขภาพ บางคนเลือกอาหารที่ง่ายและสะดวกอย่างอาหาร Fast food เมื่อประกอบกับพฤติกรรมเนือยและนิ่งก็อาจจะยิ่งทำให้สุขภาพของคุณแย่ลงไปอีก

การทำอาหารทานเองอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ เพราะคุณสามารถเลือกได้ว่าจะใช้ส่วนผสมใดบ้างให้มีประโยชน์ต่อร่างกาย อีกทั้งยังไร้กังวลด้านความสะอาดและปลอดภัยจากโรคระบาดด้วย นอกจากนี้หากคุณเป็นครอบครัวใหญ่อยู่กันหลายคนในบ้าน การประกอบอาหารทานเองจะช่วยลดค่าใช้จ่ายไปได้มาก เพราะมีต้นทุนต่อมื้อถูกกว่าการซื้ออาหารปรุงสำเร็จจากข้างนอกมาทาน

การดื่มน้ำก็จำเป็นไม่แพ้กัน

นอกจากอาหารแล้วการดื่มน้ำก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะการนิ่งเนือยอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณดื่มน้ำน้อยลงก็ได้ ซึ่งหากร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ อาจจะก่อให้เกิดความไม่สมดุลและเกิดโรคตามมามากมาย เช่น โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ โรคริดสีดวงทวาร และเมื่อร่างกายขาดน้ำก็จะทำให้ผิวแห้ง ปากแห้งแตก ในคนที่ดื่มน้ำน้อยมาก ๆ อาจเป็นอันตรายถึงขั้นสมองเสื่อมได้เลยในท้ายที่สุด ฉะนั้น หมั่นดื่มน้ำบ่อย ๆ อย่าละเลยเป็นอันขาดเลย

การเลือกดื่มน้ำก็เป็นสิ่งสำคัญ หากคุณเลือกดื่มแต่น้ำอัดลม ชา กาแฟ น้ำหวานต่าง ๆ โรคอ้วนอาจจะถามหาได้ เพราะน้ำเหล่านั้นมีปริมาณน้ำตาลมหาศาล น้ำเปล่านี่แหละดีต่อร่างกายของเราที่สุดแล้ว แต่น้ำเปล่าธรรมดาทั่วไปก็อาจจะมีสารปนเปื้อนหรือโลหะหนักอย่าง ตะกั่ว ปรอท คลอรีน หรือโครเมียมผสมอยู่ ดังนั้น เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน จึงควรเลือกน้ำดื่มที่สะอาดบริสุทธิ์เพื่อที่ร่างกายจะได้สามารถนำน้ำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ

Sources:

‘ชีวิตวิถีใหม่’ คนไทย เมื่อต้องอยู่กับโควิดแบบมาราธอน

กรมสุขภาพจิตเผยปี’63 ฆ่าตัวตายพุ่ง 7.3 ต่อแสนประชากร เหตุหลักปัญหาครอบครัว-ศก.


https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/941008