7 วิธีกินดีเพื่อสุขภาพ ต้อนรับปี 2022

คงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ายุคโรคระบาดนี้ทำให้ผู้คนหันมาสนใจสุขภาพมากขึ้น เพราะยิ่งเรามีร่างกายที่แข็งแรงมากเท่าไหร่ ก็เป็นไปได้ว่าจะห่างไกลจากโรคมากเท่านั้น และเป็นอันรู้กันว่าการมีสุขภาพที่ดีนั้นเริ่มต้นด้วยอาหารการกิน วิถีการกินอาหารแบบ healthy จึงกลายเป็นเทรนด์สุดฮิตในปัจจุบัน แล้วการกินแบบ healthy นั้นจะต้องทำอย่างไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

เปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวสี

อาหารหลักที่ขาดไม่ได้ทุกมื้อของคนไทยก็คือข้าว ลองเปลี่ยนข้าวขาวมาเป็นข้าวที่มีสี อย่างเช่นข้าวกล้องหรือข้าวไรซ์เบอร์รี่ดูสิ ในส่วนของข้าวกล้องนั้นผ่านกระบวนการกระเทาะเอาเปลือกออกไปเพียงอย่างเดียว ไม่ผ่านการขัดสีเหมือนข้าวขาว ทำให้จมูกข้าวและเยื้อหุ้มเมล็ดข้าวยังคงอยู่ คงคุณประโยชน์เอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม ส่วนข้าวไรซ์เบอร์รี่นั้นเป็นข้าวเกษตรอินทรีย์สายพันธุ์ใหม่ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ กากใย โฟเลต และโอเมก้า3* เรียกว่าได้ประโยชน์เต็มเปี่ยม

ผักผลไม้ต้องไม่ลืม

เป็นอันรู้กันดีว่าผักใบเขียวนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมากมายมหาศาล อุดมไปด้วยแร่ธาตุ วิตามิน ไฟเบอร์ ที่ล้วนแล้วแต่ช่วยให้สุขภาพของคุณแข็งแรง ในผลไม้ก็มีวิตามินมากมาย อีกทั้งยังให้ความสดชื่นขณะรับประทานด้วย แต่อย่าลืมว่าในผลไม้นั้นมีความหวาน เพราะมีปริมาณน้ำตาลตามธรรมชาติค่อนข้างสูง ดังนั้น ทานแต่พอดีไม่ควรมากจนเกินไป หรืออาจจะเลือกทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวอย่างผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ซึ่งมีน้ำตาลในปริมาณน้อยกว่าก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดี

กินปลาให้มากขึ้น

นอกจากเนื้อสัตว์อย่าง หมู ไก่ และเนื้อ ปลาถือเป็นเนื้อสัตว์อีกหนึ่งชนิดที่มีโปรตีน แต่เป็นโปรตีนที่ย่อยง่ายและมีสัดส่วนไขมันน้อยกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ๆ อีกทั้ง ในปลาทะเลยังมีไอโอดีน ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคคอพอก และ กรดไขมันดีที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยลดการจับตัวของเกร็ดเลือด และลดโรคอื่น ๆ อย่างเช่น โรคหลอดเลือดหัวใจหรือโรคไขมันในเลือดสูง**

ลดการกินจุบจิบ

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าของหวานนั้นสร้างความอิ่มเอมใจให้เราได้มากแค่ไหน แต่ของหวานก็เหมือนกับทุกสิ่งบนโลกใบนี้ ที่บริโภคมากเกินไปก็อาจจะทำให้มีปัญหาสุขภาพได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นลดการกินจุบจิบระหว่างวันลงถือเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ หากชีวิตขาดหวานไม่ได้ อาจจะตั้งเป้าเอาไว้ว่าทานขนมได้ไม่เกินวันละ 1 ครั้งในมื้อเช้าเท่านั้นก็ได้ หรืออีกวิธีคือหันไปใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่ไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย อย่างเช่น หญ้าหวาน อินูลิน หรืออิริทริทอล*** เป็นต้น

ดื่มน้ำเปล่าดีที่สุด

แน่นอนว่าของหวานไม่ได้มีแค่ขนมเท่านั้น แต่น้ำหวานอย่าง ชานมไข่มุก น้ำผลไม้ หรือน้ำอัดลม ก็มีน้ำตาลผสมอยู่ในปริมาณมากเช่นเดียวกัน ดังนั้น อีกหนึ่งวิธีที่สุดแสนจะธรรมดาแต่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้อย่างน่ามหัศจรรย์ คือการดื่มน้ำให้เพียงพอ ลดน้ำหวานต่าง ๆ ให้น้อยลงนั่นเอง แต่การจะดื่มน้ำประปาจากก๊อก โดยตรง ก็อาจจะไม่ปลอดภัยจากสารปนเปื้อนที่อยู่ในท่อประปา หรือระหว่างทางลำเลียง น้ำสู่ครัวเรือน ดังนั้นควรกรองน้ำก่อนบริโภค การกรองน้ำด้วย เหยือกกรองน้ำ ซีโร่วอเตอร์ สามารถช่วยกรองสารปนเปื้อน เช่น ตะกั่ว ปรอท โครเมียม คลอรีน และสิ่งสกปกรกต่าง ๆ ออกไปได้อย่างหมดจด ได้น้ำสะอาดและรสชาติน้ำที่บริสุทธิ์ ที่สุดก่อน ที่จะบริโภค ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์วิถีการกินแบบ healthy เป็นอย่างมาก

หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด

เช่นเดียวกับความหวานที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ รสชาติอื่น ๆ หากจัดจ้านมากเกินไปก็ส่งผลไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นรสชาติเปรี้ยว ที่แม้จะมีประโยชน์ แก้ไอหรือเจ็บคอและช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย แต่ก็ทำลายฟัน ทำให้เกิดการท้องร่วงท้องเสีย และเสี่ยงภาวะกระดูกผุด้วย**** รสชาติเค็ม ที่หากบริโภคมาก ๆ จะเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคไต โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง***** และรสชาติเผ็ดที่แม้จะช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญ ต้านแบคทีเรีย และบรรเทาอาการเจ็บป่วย แต่หากบริโภคมากเกินไปอาจก่อให้เกิดโรคกรดไหลย้อนและโรคกระเพาะได้เช่นกัน******

ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

การบริโภคแอลกอฮอล์ส่งผลเสียทันทีทันใด เพราะมันทำให้ร่างกายเกิดการขาดน้ำ ขาดสติซึ่งอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ส่วนในระยะยาวนั้นส่งผลกระทบต่ออวัยวะในร่างกายของคุณมากมายไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น หัวใจ ตับ สมอง กระเพาะอาหาร และระบบสืบพันธุ์ ซึ่งอาจถึงขั้นเสื่อมสมรรถภาพทางเพศไปได้เลยทีเดียว******* ดังนั้นการ ลด ละ เลิก ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถือเป็นสิ่งสำคัญหากคุณเลือกวิถีการกินอาหารแบบ healthy หรืออาจจะเอาไปใส่ไว้ในรายการ New Year Resolution ของคุณก็ได้ เพราะปีใหม่ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีในการเปลี่ยนเป็นคนใหม่นั่นเอง

เห็นไหมคะ ว่าการกินอาหารแบบ healthy นั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด แค่ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ คิดก่อนทานเลือกอาหารที่มีประโยชน์ก็สามารถมีสุขภาพที่ดีได้แล้ว แต่หากจะให้ดีที่สุด ลองหาเวลาออกกำลังกายวันละครึ่งชั่วโมง 3-4 วันต่อสัปดาห์ จะช่วยเสริมให้ร่างกายของคุณแข็งแรงมากขึ้น ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ มีสุขภาพที่ดีมีชีวิตที่ยืนยาวเพื่อคนที่คุณรักนะคะ

Sources
*https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/1010795/
**https://www.si.mahidol.ac.th/siriraj_online/thai_version/Health_detail.asp?id=345
***https://women.trueid.net/detail/Ey89R3zaWw8N
****http://www.bioformthailand.com/TH/health
*****https://allwellhealthcare.com/salty-sweet-oily/
******https://www.pobpad.com/
*******https://www.bangkokpattayahospital.com/th/